วิเคราะห์งานดีและไม่ค่อยจะดีของปี 2561

อาชีพดาวรุ่งและร่วง ปี 2561
     แม้เหตุผลส่วนหนึ่งของตัวเลขการว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐจะเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่ซบเซาอย่างหนักจนยากเยียวยา ทว่าสถาน การณ์เศรษฐกิจตกต่ำก็ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดที่ทำให้คนตกงานทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

     เนื่องจากปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในตลาดแรงงานไม่ได้ผูกติดกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างที่เข้าใจกันเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และสมรภูมิทางธุรกิจในยุคนั้นๆ รวมอยู่ด้วย

     อลัน ทาวเซน รองประธานฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจและการจัดจำหน่าย บริษัทจัดหางาน มอนเตอร์ สาขายุโรป และผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมและแนวโน้มการหางานในตลาดแรงงานโลกจากสหรัฐ เผยรายงานการศึกษาแนวโน้มตลาดแรงงานผ่านทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ว่า การเปลี่ยนแปลงของสังคมในวงกว้าง ทำให้มีบางอาชีพกำลังจะหายและไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอีกต่อไป ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายอาชีพที่จะกลายเป็นดาวรุ่งและเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้

อาชีพที่กำลังจะล้มหายตายจากไปจากโลก ณ ปัจจุบัน ประกอบด้วย
1) พนักงานไปรษณีย์ (คนส่งจดหมาย)
ขณะนี้อุตสาหกรรมไปรษณีย์ที่เคยครองความนิยมมากที่สุดในยุคหนึ่ง เริ่มพบกับความยากลำบากในทันทีที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ก้าวเข้ามาและใช้กันอย่างแพร่หลาย

ยิ่งเมื่อประกอบกับความล้ำหน้าของเทคโนโลยีโทรศัพท์และเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) ซึ่งเป็นวิธีการประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ และเป็นการเก็บฐานข้อมูลในแบบออนไลน์ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายในทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและการทำงานมากขึ้น ทำให้ความนิยมในจดหมายลดลงอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนที่ทำให้อาชีพพนักงานไปรษณีย์กำลังหายไปจากโลกของตลาดแรงงานที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การเข้ามาของระบบการคัดแยกจดหมายแบบออโตเมติก หรือหุ่นยนต์คัดแยกจดหมาย

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (บีแอลเอส)คาดการณ์ว่าในปี 2561 อาชีพพนักงานไปรษณีย์มีแนวโน้มลดลง 30% จากจำนวนที่มีอยู่ในขณะนี้ และ 3 ใน 10 อาชีพ ที่มีจำนวนลดลงมากที่สุดในปัจจุบันก็ล้วนเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับกิจการบริการไปรษณีย์ โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา การไปรษณีย์สหรัฐขาดทุนไปแล้ว 1.16 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.59 แสนล้านบาท)

2) พนักงานออฟฟิศ (โดยเฉพาะตำแหน่งคีย์ข้อมูล)
เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและใช้งานง่าย ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ความต้องการพนักงานออฟฟิศลดลง

ทาวเซน แสดงความเห็นว่า ระบบการประมวลตัวอักษร วอยซ์เมลและอินเทอร์เน็ต มีแนวโน้มทำให้ทักษะที่จำเป็นในการทำงานในฐานะเสมียนออฟฟิศ หรือกระทั่งเลขาฯ หมดความจำเป็นไปโดยปริยาย เพราะระบบที่กล่าวไปนั้นจะเข้ามาแทนที่คนทั้งหมด

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบต้นทุนที่นายจ้างต้องจ่ายแล้ว ค่าใช้จ่ายกับระบบอัตโนมัติ มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการจ้างคนมาก อีกทั้งไม่เรื่องมาก ไม่มีการมาประท้วงขอขึ้นเงินเดือนให้ปวดหัวอีก

แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นนี้ ยืนยันได้จากข้อมูลของบีแอลเอส ที่คาดว่า อาชีพพนักงานคีย์ข้อมูลและพนักงานพิสูจน์อักษรจะลดลงถึง 1.32 หมื่นตำแหน่ง ในปี 2563 ขณะที่เสมียนคีย์ข้อมูลจะลดลง 1.59 หมื่นตำแหน่ง

ทั้งนี้ ไม่เพียงแค่สหรัฐเท่านั้นที่จะประสบภาวะดังกล่าว แต่ทางฝั่งยุโรปก็มีแนวโน้มจะเป็นเช่นเดียวกัน โดยข้อมูลจากศูนย์เพื่อการพัฒนาอาชีพยุโรปสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ว่า อาชีพเสมียนในออฟฟิศทั่วภูมิภาคยุโรปจะลดลงมากถึง 1 ล้านตำแหน่ง ในปี 2563

3) พนักงานโรงงาน ความต้องการแรงงานที่จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้กลายเป็นอดีตไปเรียบร้อย เนื่องจากหลายบริษัทได้เริ่มหันไปใช้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรในการทำงานแทน เพราะเมื่อเทียบกับคนแล้ว เครื่องจักรประหยัดกว่า ทำงานเร็วกว่า และผิดพลาดน้อยกว่า
ข้อมูลจากประเทศอังกฤษคาดการณ์ไว้ว่า อาชีพพนักงานที่ใช้คนประกอบสินค้าต่างๆ จะหายไปจากตลาดแรงงานถึง 4 แสนตำแหน่ง ก่อนปี 2563 โดยจะทำให้สัดส่วนของอาชีพหนุ่มสาวฉันทนาลดลงจาก 18% มาที่ 16% จากตลาดแรงงานทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าลูกจ้างในโรงงานจะตกงานกันทั้งหมด เพราะบรรดาโรงงานอุตสาหกรรมยังคงมีความต้องการ “คน” เข้ามาจัดการและบริหารควบคุมเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติอยู่ดี

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่นักวิเคราะห์คาดหมายกันไว้ว่ากลุ่มแรงงานที่มีทักษะสูง อาทิ ผู้จัดการ หรือบุคคลในตำแหน่งเฉพาะด้าน และผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงมีความสำคัญอย่างมากในปี 2563

4) นักการตลาดทางโทรศัพท์และพนักงานขายตรง เมื่อผลการวิจัยจากบริษัทวิจัยด้านการตลาดระบุออกมาชัดเจนแล้วว่า การตลาดทางโทรศัพท์ หรือการเคาะประตูหน้าบ้านเข้าถึงตัวผู้บริโภคโดยตรง เป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขณะที่การทำการตลาดทางอินเทอร์เน็ตและทางโทรทัศน์ดูจะได้ผลดีมากกว่า

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่การจ้างพนักงานเพื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นนักการตลาดทางโทรศัพท์และเซลส์แมน จึงไม่เป็นที่ต้องการจากนายจ้างและตลาดแรงงานอีกต่อไป

พร้อมกันนี้ ข้อมูลของ บีแอลเอส ยังออกมายืนยันและคาดการณ์เพิ่มเติมอีกว่า ในปี 2561 อาชีพในตำแหน่งทั้งสองข้างต้นจะลดลงมากถึง 15% และ 11% ตามลำดับ

อาชีพที่มีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ลัน ทาวเซน ระบุไว้ดังต่อไปนี้
1) นักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูล
ความล้ำหน้าของเทคโนโลยีที่มีมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการเก็บ ถ่ายโอน แบ่งปันข้อมูล ตลอดไปจนถึงการรักษาฐานข้อมูล รวมถึงการจัดการกับข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ อาชีพนักจัดการและบริหารข้อมูลสารสนเทศจึงเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต เนื่องจากข้อมูลหลากหลายรูปแบบไม่ได้มีเพียงแค่การจัดการและการบริหารให้อยู่เป็นระบบเพื่อง่ายต่อการหยิบใช้งานเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการที่ต้องวิเคราะห์ รวบรวม และเก็บรักษาข้อมูลนั้นๆ อีกด้วย

ข้อมูลจากไอบีเอ็ม เปิดเผยว่า ในทุกวันนี้ทางบริษัทต้องผลิตหน่วยข้อมูล 2.5 ควินติเลียนต่อวัน ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลพอที่จะระบุได้ว่าเป็นจำนวนของข้อมูลทั่วโลกกว่า 90% ที่ผลิตขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ก็กลายเป็นเครื่องชี้วัดว่าความต้องการแรงงานในลักษณะดังกล่าวมีมากเพียงไรในอนาคต เนื่องจากข้อมูลนั้นมาจากทั่วทุกแห่งทั่วโลก อาทิ ทำการรวบรวมข้อมูลจากสภาพอากาศ การติดตามข้อมูลการโพสต์ข้อความในสังคมออนไลน์ ภาพถ่าย และวิดีโอ บันทึกการใช้จ่ายเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ สัญญาณคลื่นจีพีเอสของโทรศัพท์มือถือ

2) วิศวกรด้านไอที
ความต้องการใช้ระบบอัตโนมัติที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีเหตุจากความต้องการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มากขึ้นในวงการอุตสาหกรรมธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์ ส่งผลให้นักออกแบบเครื่องจักรกลและการวางระบบอัตโนมัติต่างๆ เป็นที่ต้องการมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความสำคัญของอาชีพดังกล่าว เห็นได้จากในอังกฤษที่การเติบโตทางอุตสาหกรรมขยายตัว 2.5% ต่อปีโดยมีการเปิดเผยออกมาแล้วว่าเป็นผลมาจากการผลักดันของการทุ่มเทในงานวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะในตำแหน่งวิศวกร


3) ผู้เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์และผู้วางระบบสื่อสาร
ต้องยอมรับว่า หนึ่งในหลายๆ สิ่งที่เหล่าผู้จับจ้องความเคลื่อนไหวในวงการอุตสาหกรรมเข้าใจผิดกันมาตลอด คือการคิดว่าการเข้ามาของเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า จะทำให้คนตกงานมากขึ้น

เพราะแท้ที่จริงแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้แค่เข้ามาเปลี่ยนบทบาทธรรมชาติของการทำงานเท่านั้น โดยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนคอมพิวเตอร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานมากขึ้น ทำให้อุปกรณ์และเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเสมือนปัจจัยที่ 5 ที่จำเป็นต่อชีวิตการทำงาน

ดังนั้น เมื่อความต้องการเทคโนโลยีเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น คนที่ทำงานในวงการไอทีจึงมีอนาคตที่สดใสมากในอนาคต เพราะเป็นกลุ่มคนที่เข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง

4) ผู้ช่วยแพทย์และพยาบาล
ปัจจุบันการบริหารจัดการด้านการให้บริการทางสาธารณสุขได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป ที่หันมามุ่งเน้นการรักษาแบบบูรณาการและเน้นไปที่การป้องกันเป็นหลัก ทำให้บทบาทของแพทย์ที่ทำการรักษาน้อยลง แต่จะทำให้ตำแหน่งงานในการบริหารจัดการในระดับกลางที่คอยช่วยเหลือและติดต่อบริหารงานกับแพทย์มีความสำคัญมากขึ้น

กระทรวงแรงงานสหรัฐ ได้ประเมินว่า ตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์จะขยายตัวขึ้น 162,900 ตำแหน่ง ก่อนปี 2563 ขณะที่ในยุโรปการขยายตัวของตำแหน่งงานผู้ช่วยแพทย์จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะตามโรงพยาบาลชุมชุนและคลินิก

ทั้งนี้ อลัน ทาวเซน สรุปว่า ตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปเปรียบเสมือนวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตที่ ชาลส์ ดาร์วิน เคยตั้งทฤษฎีไว้ว่าผู้อยู่รอดคือสิ่งที่ผ่านการคัดสรรมาจากธรรมชาติแล้ว

ฉะนั้น หากสามารถทำความเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ตลาดแรงงาน ไปจนถึงชีวิตประจำวันได้ บุคคลนั้นย่อมสามารถล่วงรู้และเข้าใจถึงรูปแบบ ทักษะ และอาชีพที่จะเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับผลที่จะเกิดมาของความเปลี่ยนแปลงในระดับโลกได้

การติดต่อการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านหรือต่างประเทศมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของไทยมีมากขึ้น ทำให้ต้องมีการติดตาม และปรับเปลี่ยนข้อสัญญาต่างๆ
ขอบคุณข้อมูล
 

อีกแง่มุมหนึ่งของนักวิเคราะห์ของไทย
5 Trendsของยุค2020  ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ หลังจากที่คนเริ่มเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น ในช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา ทำให้สิ่งที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และ Lifestyle ของคนเมือง ได้เข้ามามีบทบาท และเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างน่าตกใจ

เช่น ธุรกิจประเภท Modern Trade และ Discount Store, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร Fast food, ห้างสรรพสินค้า และโรงภาพยนตร์ เป็นต้น

และยังส่งผลให้ธุรกิจหลายๆ ประเภท ต้องปรับตัวให้เหมาะสม และเข้ากับยุคสมัย เพื่อความอยู่รอดของตัวธุรกิจ นั่นคือ ธุรกิจธนาคาร ซึ่งต้องมีการเปิดในห้างสรรพสินค้า และเปิดทำการในวันหยุด ผิดกับสมัยก่อน ที่ไม่เคยง๊อลูกค้า ต้องต่อคิวยาว มีแต่คนก่นด่าก็ไม่สนใจ และไม่มีการพัฒนา

อีกธุรกิจหนึ่งที่มีการปรับตัวอย่างชัดเจน คือ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการแข่งกันสร้าง Condominium เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยู่ในเมือง เพราะคนที่อยู่ในเมืองนั้น ใช้ชีวิตความเร่งรีบ เวลาทำความสะอาดบ้านก็น้อย การอยู่ Condo มีพื้นที่ใช้สอยน้อย และเดินทางสะดวก จึงเหมาะกับคนเมือง

แต่ ธุรกิจน่าสนใจ ที่ตอบโจทย์กับสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน มักจะเป็นธุรกิจ ที่มีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว เพราะนักธุรกิจส่วนใหญ่ ก็มองออกแล้วว่า “อะไรจะมา อะไรจะไป” สิ่งที่น่าสนใจกว่า จึงเป็นสิ่งที่จะเกิดในยุค 2020 มากกว่า เราจะมาดูกันว่า แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นใน ยุค 2020 มีอะไรบ้าง

1. สังคมผู้สูงอายุ
ในยุค 2020 นั้น ประเทศไทยเอง ก็คงจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่โลกทั้งโลกกำลังเผชิญหน้าไม่ได้ นั่นคือสังคมผู้สูงอายุ ในอนาคตนั้นผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนถึง 30% ของประชากรทั้งหมด

ซึ่งคนกลุ่มนี้ มีกำลังซื้อมหาศาล และจับจ่ายทุกสิ่ง ที่มองว่าทำให้เค้ามีอายุยืนยาว และได้รับความสุข สิ่งที่คนกลุ่มนี้จะใช้บริการ คงจะเป็นการไปเที่ยวพักผ่อน ตามสถานที่ท่องเที่ยว สินค้าประเภท Anti-ageing และอาหารเสริม

2. ความเป็นตัวของตัวเองของคนยุคใหม่
คน Gen Y หรือคนที่มีอายุตั้งแต่ 18-33 ปี กำลังจะเริ่มมีบทบาททดแทนคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของพวกเค้า หรือพวก Gen X กับ Baby Boomer โดยพวก Gen Y เป็นพวกใจร้อน มีความเป็นตัวเองสูง รักอิสระ มีความกบฏอยู่ในตัว ชอบความเรียบง่าย ไม่เน้นพิธีรีตอง ชอบสูตรลัด กล้าได้กล้าเสีย และอยากได้ความรวดเร็ว

จะเห็นได้ว่าคุณสมบัติเหล่านี้ ผลักดันให้ Gen Y คิดไม่เหมือนกับคนรุ่นก่อน พวกเค้าไม่ชอบที่จะเป็นลูกน้องใคร อยากสร้างเนื้อสร้างตัวได้เร็วๆ และมี Lifestyle ที่ค่อนข้างจะรีบเร่ง การทำ ” ธุรกิจส่วนตัว ” จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว และเหมาะสมกับ Gen Y เป็นที่สุด

เพราะมันตอบโจทย์ ในเรื่องที่ Gen Y จะได้แสดงความสามารถ และตัวตนของตัวเองได้อย่างเต็มศักยภาพ มีความอิสระในสิ่งที่ทำ และสร้างเนื้อสร้างตัวได้อย่างรวดเร็ว

3. IQ ในเรื่องการวางแผนการเงิน
คนรุ่นใหม่ ให้ความสนใจกับการวางแผนทางการเงิน เพื่อการเกษียณมากขึ้น พวกเค้ารู้จักเครื่องมือทางการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น พันธบัตร หรือกองทุนรวม พวกเค้ารับความเสี่ยงได้มากกว่าคนรุ่นพ่อแม่ และคิดว่าการฝากเงินกับธนาคารไม่เร้าใจสำหรับเค้า

นอกจากนี้ เรายังสังเกตได้จาก อันดับหนังสือขายดี ตามร้านหนังสือชื่อดังต่างๆ จะเห็นได้ว่า หนังสือที่เกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน ขายดีอยู่อันดับต้นๆ เลยทีเดียว

4. บริษัทมุ่งที่จะลดต้นทุน ทำให้คำว่า “เล็กนั้นงาม” เป็นที่แพร่หลาย
นับวันต้นทุนในการผลิตสินค้าต่างๆ ก็มีแต่สูงขึ้น จึงมีแนวโน้มที่บริษัทจะหันมาจ้างคนอื่นผลิตแทน และมามุ่งเน้นที่การประชาสัมพันธ์ การตลาด และการขาย รวมถึงการสร้าง Brand มากยิ่งขึ้น เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ สินค้า 1 ชิ้น แตกต่างจากสินค้าอื่นๆ

หากไม่มุ่งเน้นทางด้านนี้ วันรุ่งขึ้น บริษัทอื่นๆ อาจจะลอกเลียนแบบ และผลิตสินค้าแบบเดียวกับคุณ ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าได้ นอกจากนี้ บริษัทก็จะ Outsource สิ่งอื่นๆ ที่ไม่ถนัดให้คนอื่นทำ เช่น Call Center เป็นต้น

และบริษัทจะมุ่งเน้นไปที่ การทำให้บริษัทมีความคล่องตัว ไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องพนักงานมาก ทำให้บริษัทอาจจะใช้ รูปแบบการขาย Franchise มากขึ้น

5. มุ่งหาความสุขทางใจ มากกว่าทางวัตถุ
คนรุ่นใหม่จะเลือกทำสิ่งที่ตัวเองรัก แล้วได้เงินน้อย แทนที่จะเลือกทำในสิ่งที่ไม่ชอบ แต่มีรายได้มหาศาล เพราะเมื่อใครบางคนได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้ว การทำงานก็ไม่เหมือนกับการทำงานอีกต่อไป การทำงานจะเหมือนกับการเล่นสนุกมากกว่า

และคนจะให้ความสำคัญกับเวลาที่ ให้กับสุขภาพร่างกายของตัวเอง และความรักความอบอุ่นในครอบครัว มากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปที่วัตถุ จะเห็นได้จากช่วงหลังๆ ที่ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา มาแรงมาก ไม่ว่าจะมองไปที่ อันดับหนังสือขายดี การสวดมนต์ข้ามปี และการไปปฏิบัติธรรม

ธุรกิจน่าสนใจ 5 รูปแบบ ในยุค 2020

อย่างไรก็ตามเพียงแค่คุณ อยากทำธุรกิจส่วนตัว คงจะยังไม่พอ รูปแบบธุรกิจที่คุณจะลงทุน ลงแรง และทุ่มเทเวลาลงไป เพื่อสร้างมันขึ้นมาให้สำเร็จ คงไม่ใช่ธุรกิจอะไรก็ได้ ถ้ามันเป็นสิ่งที่ไม่ตอบสนองกับ ยุคสมัย สภาพเศรษฐกิจ และสังคม

มันก็ไม่ต่างอะไรกับ ลูกหมู 2 ใน 3 ตัว ในเรื่องลูกหมูสามตัวที่ไม่ได้สร้างบ้านด้วยอิฐ เพราะสิ่งที่คุณทำมันจะไม่ยั่งยืน และเรื่องปวดหัวที่ไม่น่าพิศมัยอีกมากมายจะตามคุณมา

ถ้าเลือกได้ คุณคงอยากปวดหัวกับการทำเงินไม่ทัน ไม่รู้จะเอาเงินไปใช้ทำอะไร มากกว่าที่จะปวดหัวกับเรื่อง หนี้สินล้นพ้นตัว ไม่รู้จะหมุนเงินอย่างไร

ทั้งนี้ทั้งนั้น รูปแบบ ธุรกิจน่าสนใจ สำหรับอนาคต ที่คนทั่วไป ซึ่งไม่ใช่คนเก่งระดับเทพแบบ Bill Gates, Steve Jobs หรือ บรรดาเจ้าสัวในเมืองไทย ก็สามารถสร้างได้ มีอยู่ 4 แบบดังนี้

1. เปลี่ยนงานอดิเรกเป็น ธุรกิจส่วนตัว
ธุรกิจที่น่าสนใจ รูปแบบแรกที่จะนำเสนอ คือ การเปลี่ยนงานอดิเรก หรือสิ่งที่คุณรัก ให้กลายเป็นธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับ แนวโน้มที่จะเกิดในข้อ 2 และ ข้อ 5 คุณจะได้ทำสิ่งที่คุณรัก ทั้งวันทั้งคืน และสนุกไปกับมัน แทนที่จะอยู่กับ ธุรกิจที่คุณรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ และไม่เข้ากับคุณเอาเสียเลย

2. ทำ ธุรกิจน่าสนใจ บน Internet
Internet เปิดโอกาสให้ คนที่ไม่มีแม้แต่เงินทุน แต่หากมีใจรักก็สามารถสร้างธุรกิจได้ มีคนไทยอยู่คนหนึ่ง ที่ตอนนี้มีชื่อเสียงมาก บนโลก Internet ชื่อคุณ Peerapong Pulpipatna เค้าเขียน Theme หรือเราจะเรียกว่าเป็น Layout ของ Website ก็ได้ และขายผ่านทาง themeforest.com และสามารถขายได้มากกว่า $1,000,000 เลยทีเดียว

ซึ่งหาคุณต้องการเริ่มต้นธุรกิจบน Internet เพื่อขายของ หรือขาย Content ก็สามารถเริ่มได้จากเช่า Host จด Domain ได้ที่ Bluehost.com หรือ Hostgator.com ซึ่งเป็นที่นิยมมาก เพราะคุณภาพดี ความปลอดภัยสูง ค่อนข้างเสถียร และที่สำคัญที่สุดราคาถูก เหมาะสำหรับการเริ่มต้น

3. ซื้อ Franchise เป็นการทำ ธุรกิจที่น่าสนใจ
เพื่อให้คุณเกาะกระแส แนวโน้มข้อที่ 4 เราจึงแนะนำให้คุณซื้อ Franchise แทนที่จะเริ่มสร้างธุรกิจของตัวเองจากศูนย์ นี่เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ เพราะการซื้อ Franchise จะทำให้คุณมี Coach คอยบอกคุณว่า ควรจะทำธุรกิจอย่างไร ให้ประสบความสำเร็จ

4. เป็นนักลงทุน
นี่เป็นอีกหนึ่งสุดยอดปรารถนาของคนรุ่นใหม่ เพราะการเป็นนักลงทุนนั้น ทำให้เกาะกระแสแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในข้อที่ 3 ได้อย่างสบาย และหน้าที่ของนักลงทุน คือ ใช้ความคิดและใช้ความรู้ มากกว่าที่จะใช้แรง แต่อย่างไรก็ตาม คนที่จะเป็นนักลงทุน มักจะต้องเป็นนักธุรกิจมาก่อน เพื่อที่จะทำให้มองธุรกิจได้เฉียบขาดกว่า

5. ธุรกิจ MLM เป็นอีกหนึ่ง ธุรกิจน่าสนใจ
ธุรกิจที่น่าสนใจ แบบสุดท้าย คือ ธุรกิจ MLM เนื่องจาก ธุรกิจ MLM จะมีผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เกี่ยวกับความสวยความงาม และอาหารเสริม จึงสามารถเกาะไปกับแนวโน้มในข้อที่ 1 ได้ดี และยังตอบโจทย์ในเรื่องความสุขทางใจในข้อที่ 5 ได้อีก เมื่อคุณประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้

พิจารณาให้ดีให้ถ่องแท้จะไม่เสียโอกาส
     ความรู้และความเข้าใจในหลักของวิศวกรอย่างเราเปิดโอกาสให้รู้จักวิธีสร้างธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริง เมื่อโลกพัฒนาไปแต่คนที่ทำงานในภาคของกิจการและธุรกิจที่ไม่มีความมั่นคงอีกต่อไป ท่านคิดว่าจะมีจำนวนเท่าไร เราไม่ใช่แค่คนที่ทำหน้าที่เพียงการขายตรงเหมือนกับธุรกิจเครือข่ายทั่วๆ ไป แต่เรายังมีหน้าที่ขยายธุรกิจของเราโดยการให้ความรู้และเทคนิคในการสร้างธุรกิจแบบมืออาชีพ ความแตกต่างระหว่างงานที่ทำคือ ให้ KNOW HOW ับผู้ที่สนใจและสร้างธุรกิจร่วมกัน เราเป็นมืออาชีพกว่าที่ทำงานด้วยแนวคิด WORK SMART เราไม่สนับสนุนให้คนที่เราเปิดโอกาสให้แล้วลงมือลุยทำแบบไม่มีหลักและวิธีการ จะเห็นว่าธุรกิจของเรายังคงทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

 

กรุณาติดต่อ 0862254699
 
Line คลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้
 http://line.me/ti/p/VDx0IV8kED
 
 

ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนเว็บไซต์นี้