ยึดมั่นในศาสน์ เคร่งครัดต่อวินัย ใฝ่หาความรู้
คู่มือครู และแนวปฏิบัติของครูโรงเรียนอัตตัรกียะห์ อิสลามียะห์

จรรยาบรรณครู 9 ประการ

จรรยาบรรณข้อที่ 1
ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ ช่วยเหลือส่งเสริม ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า
จรรยาบรรณข้อที่ 2
ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ ใจ
จรรยาบรรณข้อที่ 3
ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งกาย วาจา และจิตใจ
จรรยาบรรณข้อที่ 4
ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์
จรรยาบรรณข้อที่ 5
ครูต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ศิษย์กระทำการใดๆ อันเป็นการหาผลประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ
จรรยาบรรณข้อที่ 6
ครูย่อมพัฒนาตนเอง ทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอยู่เสมอ
จรรยาบรรณข้อที่ 7
ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพครู
จรรยาบรรณข้อที่ 8
ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชน ในทางสร้างสรรค์
จรรยาบรรณข้อที่ 9
ครูพึงประพฤติ ปฏิบัติตน เป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย

 


ระเบียบปฏิบัติโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์
ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของครู

อาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการโรงเรียนและมิติประชุมคณะกรรมการมูลนิธิอิสลามเพื่อการศึกษาเห็นชอบให้มีระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ครูขึ้น
โดยกำหนดใว้ให้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติแก่ครูต่อไป ดังนี้

หมวดที่1ว่าด้วยคำจำกัดความ

ข้อที่ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า"ระเบียบปฏิบัติโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ครู"
ข้อที่ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฏาคม 2541 เป็นต้นไป
ข้อที่ 3 บรรดาระเบียบส่วนใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อที่ 4 ในระเบียบนี้
4.1 โรงเรียนหมายถึง โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์และโรงเรียนสวนสวรรค์วิทยา
4.2 ผู้รับใบอนุญาต หมายถึงผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์และโรงเรียนสวรรค์วิทยา
4.3 ผู้จัดการ หมายถึง ผู้จัดการโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์
4.4 ครูใหญ่ หมายถึง ครูใหญ่โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์และโรงเรียนสวนสวรรค์วิทยา
4.5 ผู้ช่วยครูใหญ่ หมายถึง ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้ช่วยครูใหญ่
4.6 ครู หมายถึง บุคลากรของโรงเรียนที่ปฏิบัติหน้าที่ทำการสอนในโรงเรียน หมายถึง ครูที่โรงเรียนจ้างทำการสอนในโรงเรียนประกอบด้วย คณะครู,อาจารย์,อุสตาส,อุสตาซะ รวมถึง ครูที่โรงเรียนจ้างเพื่อสอนพิเศษให้แก่นักเรียนในโรงเรียน และข้าราชการครูที่ทางราชการส่งมาช่วยสอนในโรงเรียน
4.7 ผู้บริหาร หมายถึง ผู้บริหารตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2525 ได้แก่ผู้รับใบอนุญาต,ผู้จัดการ,ครูใหญ่

หมวดที่ 2 ว่าด้วยระเบียบการลา

ข้อที่ 5 กำหนดให้มีประเภทการลาดังนี้
5.1 ลาป่วย หมายถึง การขออนุญาตหยุดการปฏิบัติหน้าที่ของครูต่อครูใหญ่ชั่วคราว อันเนื่องมาจากการเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งได้รับการรับรองจากแพทย์ที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น การขออนุญาตลาป่วยให้นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้ลาเป็นวันเริ่มต้นการลา โดยกำหนดให้ส่งคำขออนุญาตการลาป่วย ตามแบบที่กำหนด ตั้งแต่วันแรกของการลาป่วย หรือหลังจากหายจากการป่วย หรือวันมาปฏิบัติหน้าที่วันแรกทันที
5.2 ลาคลอด หมายถึง การขออนุญาตหยุดการปฏิบัติหน้าที่ของครูต่อครูใหญ่เป็นการชั่วคราวอันเนื่องจากการให้กำเนิดบุตร กำหนดให้ส่งคำขออนุญาตลาคลอดบุตรต่อครูใหญ่ก่อนหรือวันที่ลา และวันลาให้เริ่มตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตการลา โดยมีกำหนดสิทธิ์การลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 45 วัน
5.3 ลากิจ หมายถึง การขออนุญาตหยุดการปฏิบัติหน้าที่ของครูต่อครูใหญ่เป็นการชั่วคราวอันเนื่องจากมีภารกิจจำเป็น โดยกำหนดให้ส่งคำขออนุญาตลากิจต่อครูใหญ่ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เว้นมีแต่เหตุ จำเป็นอื่นที่ไม่สามารถรอการอนุญาตจากครูใหญ่ได้ทัน จะนำส่งคำขออนุญาตลากิจในภายหลังก็ได้ แต่ต้องชี้แจงเหตุผลต่อครูใหญ่ทราบถึงเหตุผลนั้นทันทีที่มาปฏิบัติงาน
การลากิจส่วนตัวจะต้องได้รับอนุญาตการลาจากครูใหญ่แล้วเท่านั้นจึงจะสามารถลาได้ และระยะเวลาการลากิจอนุญาตให้ครูลากิจได้ไม่เกิน 7 วัน ต่อปี
5.4 ลาเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ หมายถึง การขออนุญาตหยุดการปฏิบัติหน้าที่ของครูต่อครูใหญ่เป็นการชั่วคราวเพื่อเดินทางประกอบพิธีทางศาสนา (พิธีฮัจญ์) ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาราเบีย อนุญาตให้ครูที่ประสงค์จะลาเพื่อเดินทางประกอบพิธีฮัจญ์ได้ไม่เกิน 45 วัน โดยให้ส่งคำร้องขอเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ต่อครูใหญ่ ก่อนวันเดินทาง ไม่น้อยกว่า 5 วัน พร้อมแนบเอกสารการอนุญาตการเดินทางที่ราชการออกให้ต่อท้ายด้วย
การลาในกรณีนี้ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตเป็นหลักและอนุญาตให้ลาเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์คนละ 1 ครั้งเท่านั้น หากครูประสงค์ลามากกว่า 1 ครั้ง ผู้บริหารจะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
5.5 ลาเพื่ออุปสมบท หมายถึงการขออนุญาตหยุดการปฏิบัติหน้าที่ของครูต่อครูใหญ่เป็นการชั่วคราว เพื่อประกอบพิธีทางพุทธศาสนา โดยอนุญาตให้ครูที่ประสงค์จะลาอุปสมบทได้ไม่เกิน 10 วัน โดยส่งคำร้องขออนุญาตต่อครูใหญ่ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 5 วัน
5.6 การลาของครูในระหว่างปิดภาคเรียน ให้ดำเนินตามคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 1305/4615 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2543 ว่าด้วยการลาข้าราชการครูในระหว่างปิดภาคเรียนและคำสั่ง กระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ.0204/6836 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2543 เรื่องแนวการปฏิบัติเกี่ยวกับการลาของข้าราชการครูในระหว่างปิดภาคเรียน
หมายเหตุ การลาของข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) ให้เป็นไปตามระเบียบการลาของข้าราชการครู

หมวดที่ 3 ว่าด้วยการแต่งกาย

ข้อที่ 6 การแต่งกายของครู อาจารย์ และบุคลากรในโรงเรียนทุกคนให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณี และวัฒนธรรมของตน อันไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตนเองและส่วนรวม
ด้วยทางโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่สอนศาสนาอิสลาม ซึ่งมีขนบธรรมเนียมประเพณีแบบอิสลาม การแต่งกายจึงควรเหมาะสมกับสถานที่ หรือกาลเทศะ สำหรับ
1. ครูที่เป็นสุภาพสตรี
1.1 ใส่เสื้อแขนยาว เพื่อปกปิดอวัยวะและแต่งกายตามคำสั่งสอนของศาสนาอิสลาม
1.2 ไม่อนุญาตแต่งกายรัดรูปเน้นทรวดทรงจนเกินไป
1.3 นุ่งกระโปรงยาวปิดเข่า
1.4 ไม่อนุญาตใส่กระโปร่งผ่าหลังสูงเกินกว่าเข่า
1.5 ข้อ 1.1 ไม่รวมถึงครูที่นับถือศาสนาอื่น
2. ครูที่เป็นสุภาพบุรุษ
2.1 ใส่เสื้อเชิ้ตเท่านั้น แขนยาวหรือสั้น
2.2 ไม่อนุญาตใส่เสื้อที่มีลวดลายฉูดฉาด
2.3 นุ่งกางเกงขายาวเท่านั้น
2.4 ใส่รองเท้าหุ้มส้น
6.1 ให้ครูแต่งกายเครื่องแบบตามที่โรงเรียนกำหนดไว้สัปดาห์ละ 1 วัน และให้แต่งกายอย่างเหมาะสมเป็นแบบที่ดีต่อนักเรียน และสังคมตลอดเวลา แม้จะเป็นวันหยุดตามปกติของตนเองหรือโรงเรียนก็ตาม
6.2 ครูทุกคนจะต้องติดบัตรประจำตัวที่ออกให้โดยโรงเรียนตลอดเวลา ยกเว้นในวันที่โรงเรียนปิดหรือวันหยุดส่วนตัว กรณีที่เป็นวันหยุดส่วนตัว หากมีกิจจำเป็นต้องเข้า ในบริเวณโรงเรียน ให้ติดบัตรด้วยทุกครั้ง หากบัตรประจำครูหายหรือชำรุด ให้รีบแจ้งต่อครูใหญ่ โดยด่วนเพื่อขอรับบัตรใหม่ โดยจะต้องชำระเงินค่าบัตรใหม่ในอัตราใบละ 30 บาท และบัตรดังกล่าวจะต้อง ส่งคืนทันทีที่โรงเรียนร้องขอและโรงเรียนมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะยกเลิกการใช้บัตรดังกล่าวโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า

หมวดที่ 4 ว่าด้วยการเข้าออกบริเวณโรงเรียน

ข้อที่ 7 ให้ครูทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มเวลาในโรงเรียนและไม่อนุญาตครูออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับครูที่มีเหตุจำเป็นหรือมีกิจธุระจะต้องออกนอกบริเวณ โรงเรียนจะต้องได้รับอนุญาตจากครูใหญ่ก่อน จึงจะออกได้ โดยทำบันทึกการออกนอกบริเวณโรงเรียน ตามแบบที่กำหนดไว้ในห้องครูใหญ่ พร้อมกับมอบบัตรประจำตัวครูที่ฝ่ายรักษา ความปลอดภัยของโรงเรียน และเอาบัตรคืนเมื่อกลับเข้ามาในโรงเรียนแล้ว
ในกรณีที่ครูออกจากบริเวณโรงเรียน แต่ไม่สามารถมารับบัตรได้ทัน ในเวลาทำการปกติ ให้รับบัตรคืนที่ครูใหญ่ พร้อมชี้แจงเหตุผลดังกล่าว เป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อไว้เพื่อเป็นหลักฐาน สำหรับการเข้าออกบริเวณโรงเรียนในวันหยุด หรือวันที่โรงเรียนไม่ได้ทำการสอนให้ปฏิบัติตามข้อ 6 (6.2)

หมวดที่ 5 ว่าด้วยการลงลายมือชื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน

ข้อที่ 8 การลงลายมือชื่อของครู
1. ให้ลงเวลาการปฏิบัติหน้าที่กับเครื่องลงเวลาทำงานที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้
2. ให้ลงลายมือชื่อในแบบที่ทางโรงเรียนกำหนด
3. ให้กระทำตามข้อ 1 และ 2 ก่อนเวลา 08.00 น. และหลังเวลา 16.20น. เป็นประจำทุกวัน
4. ครูที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติเวรประจำวันให้ลงเวลาการปฏิบัติหน้าที่กับเครื่องลงเวลาทำงานและลงลายมือชื่อก่อนเวลา 07.45 น. และหลังเวลา 16.30 น.
5. ให้ครูลงลายมือชื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะตนเองเท่านั้น ห้ามมิให้ลงลายมือชื่อปฏิบัติหน้าที่แทนคนอื่นไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
6. กรณีที่ครูไม่สามารถลงลายมือชื่อหลังจากเวลา 16.20 น .และ 16.30 น. ได้ทันในวันทำการนั้น ๆ อนุโลมให้ลงลายมือชื่อในวันถัดไป

หมวดที่ 6 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน

กองทุนสงเคราะห์ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2518 เพื่อเป็นทุนจ่ายให้ครูใหญ่ และครู โดยกองทุนสงเคราะห์ดังกล่าวประกอบด้วย เงินสมทบ เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค สำหรับเงินสมทบนั้นได้กำหนดไว้ 3 ส่วน ดังนี้
1. เงินสมทบจากครู ร้อยละสามของเงินเดือน
2. เงินสมทบจากผู้รับใบอนุญาต(โรงเรียน) เท่ากับเงินสมทบที่ครูออกเป็นรายคน
3. เงินสมทบจากรัฐบาลมีจำนวนเป็นสองเท่าของเงินสมทบ ที่ครูออกเป็นรายคน

การส่งเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์

ครูผู้ที่จะต้องส่งเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ร้อยละสามของเงินเดือน ได้แก่
- ครูที่บรรจุโดยถูกต้องตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 รวมทั้งได้รับอนุญาตให้ทำการสอนไปก่อน
- ครูที่ได้รับอนุญาตให้บรรจุในเดือนใด ให้ผู้รับใบอนุญาตนำส่งเงินสมทบของเดือนนั้นเป็นงวดแรก โดยคำนวณเงินสมทบจากอัตราเงินเดือนที่ได้รับจริง ตั้งแต่วันที่บรรจุถึงวันสิ้นเดือนของเดือนนั้น ๆ
- เป็นครูในโรงเรียนมาตรา 15 (1)
ดังนั้นครูดังที่กล่าวมาแล้วผู้รับใบอนุญาตจะหักเงินเดือนทุกเดือนเป็นรายเดือนแล้วนำส่งสมทบกองทุนสงเคราะห์ พร้อมกับเงินสมทบส่วนของผู้รับใบอนุญาตเอง และนำส่งภายในวันที่10 ของเดือนถัดไป

สาระสำคัญเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพ

เงินทุนเลี้ยงชีพประเภท 1 คือ เงินที่ครู-อาซาตีซะห์ จะได้รับเมื่อออกจากงานทุกกรณี เป็นจำนวนเท่ากับเงินที่ครู-อาซาตีซะห์สะสมไว้ พร้อมกับดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อครู-อาซาตีซะห์ลาออกจะมีสิทธิรับเงินจำนวนนี้ เว้นแต่จะไม่ขอรับ โดยจะขอโอนไปรวมกับเงินสมทบโรงเรียน
เงินทุนเลี้ยงชีพประเภท 2 คือ เงินที่กองทุนสงเคราะห์จ่ายให้ครู-อาซาตีซะห์ เป็นจำนวนเท่ากับเงินสมทบของโรงเรียนและส่วนของรัฐบาลร่วมกัน โดยไม่มีดอกเบี้ย ซึ่งครู- อาซาตีซะห์จะได้รับเมื่อออกจากงาน กรณีหนึ่งกรณีใด ดังนี้
1. ออกจากงานเมื่อทำงานครบ 5 ปี ขึ้นไป และได้ส่งเงินสมทบครบทุกเดือน
2. ออกจากงานเพราะโรงเรียนเลิกกิจการ
3. ออกจากงานเพราะเจ็บป่วยทุพพลภาพ
4. ถึงแก่กรรม
วิธีการรับเงินทุนเลี้ยงชีพประเภท 1 และ ประเภท 2 ให้ดูในคู่มือปฏิบัติงาน
สาระสำคัญเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์เป็นค่ารักษาพยาบาล

หลักเกณฑ์การเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล

1. ผู้ใช้สิทธิ์จะต้องเป็นครูบรรจุถูกต้องตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525
2. ครูจะมีสิทธิ์ได้รับเงินสวัสดิการต่าง ๆ หลังจากส่งเงินสมทบแล้ว 30 วัน นับจากวันที่ธนาคารประทับตรารับเงิน สำหรับโรงเรียนไม่ได้รับอุดหนุน และนับจากวันสิ้นเดือนไปอีก 30 วัน สำหรับโรงเรียนรับอุดหนุน
3. ครู-อาซาตีซะห์ มีสิทธิ์ เบิกให้ตนเอง คู่สมรส มารดาผู้ให้กำเนิด บิดาที่ชอบด้วยกฎหมายและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งอยู่ในอำนาจการปกครองของตน
4. กรณีคู่สมรส รวมถึงบิดา มารดา มีสวัสดิการจากหน่วยงานที่สังกัด ให้ใช้สวัสดิการจากหน่วยงานนั้น
5. กรณีคู่สมรสฝ่ายชายเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือผู้รับบำนาญ ให้ใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลทางต้นสังกัดของฝ่ายชายก่อน
6. กรณีคู่สมรส หย่าขาดจากกัน ให้ฝ่ายที่มีอำนาจปกครองบุตรตามกฎหมายเป็นผู้ใช้สิทธิเบิก
สิทธิที่จะได้รับตามระเบียบที่กำหนด
- เป็นคนไข้ของสถานพยาบาลของรัฐ
- เป็นคนไข้ในของสถานพยาบาลเอกชนซึ่งมีเตียงรับคนไข้ไว้ค้างคืนเกิน 25 เตียงขึ้นไป
- เบิกค่าห้อง และค่าอาหารรวมกันได้ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด
- ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาล ตามกระทรวงการคลังกำหนด
- ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลเอกชน เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ครึ่งหนึ่งของที่จ่ายจริงแต่ ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อการป่วย 30 วัน ถ้าเกิน 30 วัน เบิกได้ครึ่งหนึ่งของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน วันละ 100 บาท
- เบิกให้บุตรได้ทุกคนไม่จำกัดจำนวนและอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์

สาระสำคัญเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์เป็นเงินค่าการศึกษาบุตร
หลักเกณฑ์การเบิกค่าการศึกษาบุตร

1. ผู้ใช้สิทธิต้องเป็นครู อาซาตีซะห์ ถูกต้องตาม พระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน 2525
2. ครู อาซาตีซะห์ จะมีสิทธ์ได้รับเงินสวัสดิการต่าง ๆ หลังส่งเงินสมทบแล้ว 30 วัน
3. กรณีคู่สมรสฝ่ายชายเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำนาญให้ใช้สิทธิ์เบิกค่าการศึกษาของบุตรทางต้นสังกัดของฝ่ายชายก่อน
4. กรณีคู่สมรสฝ่ายชายมีสวัสดิการ จากหน่วยงานที่สังกัดให้ใช้สิทธิ์เบิกเงิน สวัสดิการสำหรับบุตรจากต้นสังกัด ฝ่ายชายก่อน
5. กรณีคู่สมรส หย่าขาดกันให้ฝ่ายที่มีอำนาจปกครองบุตรตามกฎหมาย เป็นผู้ใช้สิทธิ์เบิกสิทธิที่จะได้รับตามระเบียบที่กำหนด
ุ6. ค่าการศึกษาบุตรสำหรับสถานศึกษาของรัฐ เบิกได้เติมจำนวน ตั้งแต่ระดับ อนุบาล จนถึงระดับอนุปริญญา
7. ค่าการศึกษาบุตรสำหรับสถานศึกษาของเอกชนเบิกได้เติมจำนวน สำหรับการศึกษา ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า และเบิกได้ครึ่งจำนวน สำหรับการศึกษาระดับอนุปริญญา หรือเทียบเท่าและเบิกได้ครึ่งจำนวน สำหรับการศึกษาระดับอนุปริญญา
8. เบิกให้บุตรได้จำนวน 3 คน ตามลำดับ การเบิกไม่ว่าจะเป็นการสมรสครั้งใด เริ่มมีสิทธิ์เบิกได้ตั้งแต่อายุครบ 3 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเปิดภาคเรียน (16 พฤษภาคม ของทุกปี) และไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์
9. ถ้าบุตรลำดับที่1-3คนใดถึงแก่กรรมก่อนอายุ25 ปีสามารถนำบุตรลำดับถัดไปมาเบิกแทนกันได้
10. ถ้าบุตรอายุไม่ครบ 3ปีบริบูรณ์ ในวันเปิดภาคเรียนจะไม่มีสิทธ์เบิกค่าการศึกษาบุตรตลอดปีการศึกษานั้น

 

Hosted by www.Geocities.ws
GridHoster Web Hosting
1